กัมพูชา โควิดระบาดแล้ว พบติดเชื้อ 32 ราย ภายในช่วงเวลา 10 ชั่วโมงเท่านั้น

นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ได้ประกาศผ่านทางการถ่ายทอดสดสถานีโทรทัศน์กัมพูชา ยืนยันการระบาดโควิดในกรุงพนมเปญจำนวน 32 ราย

โดยกล่าวว่า เป็นการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ที่สุด และเป็นสถานการณ์ที่ย่ำแย่เหตุเกิดจากมีชาวจีนที่อาศัยอยู่ในกัมพูชา ขอใบรับรองสุขภาพเพื่อจะเดินทางออกไปต่างประเทศเมื่อตรวจพบไวรัสเป็นบวก จึงตรวจผู้ที่เกี่ยวข้อง และภายในเวลาเพียง 10 ชั่วโมง มีรายงานผลบวกถึง 32 รายด้วยกัน

จึงทำให้ทางการกัมพูชา ต้องเร่งประกาศล็อกดาวน์เป็นบางพื้นที่ในกรุงพนมเปญ เช่น สถานบันเทิงอพาร์ทเม้นท์ คอนโดที่อยู่อาศัยของผู้ที่เกี่ยวข้อง

โดยจะล็อกดาวน์เป็นจำนวน 14 วัน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งการมีวินัย ทั้งการใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม 1.5 เมตร และการล้างมือจากการตรวจพบผู้ติดเชื้อครั้งนี้ เกือบทั้งหมดเป็นคนเชื้อชาติจีน และมีจำนวนส่วนน้อยเป็นเชื้อชาติเวียดนาม

โดยนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ได้เรียกร้องให้ประชาชนกัมพูชาอย่าได้รังเกียจคนจีน เพราะประเทศจีนกับกัมพูชามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันโดยกัมพูชาได้รับเงินช่วยเหลือ เป็นจำนวนหลายพันล้านเหรียญ รวมทั้งได้มีการทำธุรกิจการค้าต่อเนื่องกันเป็นจำนวนมาก

โดยนายกรัฐมนตรีฮุนเซนต ได้เคยเดินทางไปเยือนประเทศจีนเมื่อต้นปีที่แล้ว เพื่อแสดงน้ำใจและแสดงความมั่นใจกับการป้องกันโรคของประเทศจีน

เหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า เกิดจากมีผู้หลบหนี 4 ราย ออกจากการกักตัว (ASQ) ของโรงแรม Sokha
โดยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคน และได้ตระเวนไปอยู่ตามคอนโดหลายแห่ง

จึงทำให้มีผู้ติดเชื้อกระจายดังกล่าว

ประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือถ้ากัมพูชาคุมการระบาดได้ไม่ดี ชายแดนไทยทางด้านที่ติดกับกัมพูชา ทั้งจังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดจันทบุรี จะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องการข้ามแดนไปมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย มิฉะนั้นแล้วก็จะเกิดปัญหาการระบาดโควิดอีกครั้ง ทำนองเดียวกับแรงงานจากประเทศเมียนมาร์

ติดตามเรื่องนี้ต่อไปอย่างใกล้ชิด โควิด-19