พบผู้แพ้วัคซีนโควิด-19 รายแรก

พบผู้แพ้วัคซีนโควิด-19 รายแรก เร่งหารือแผนตั้งรับกรณีเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง

พบผู้แพ้วัคซีนโควิด-19 รายแรก

ศบค.เผยพบผู้แพ้วัคซีนโควิด-19 รายแรก เร่งหารือแผนตั้งรับกรณีเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง พร้อมปรับแผนขั้นตอนการรับวัคซีนให้เร็วขึ้น

วันที่ 3 มี.ค.2564 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงความคือบหน้าสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีการประชุม ศบค.ชุดเล็ก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เข้าร่วมประชุมได้ให้ความสำคัญ และขอบคุณเรื่องการฉีดวัคซีนที่ผ่านมา ส่วนเรื่องการจัดการบริการ 8 ขั้นตอน ต้องสร้างความเท่าเทียม และทำให้เกิดภาพที่แสดงถึงการบริการประชาชนอย่างแท้จริง

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ที่สำคัญวัคซีนตัวนี้บางรายมีรายงานในเรื่องของผลข้างเคียง ดังนั้น ครึ่งชั่วโมงก็ต้องดูแลตามแผน ล่าสุดมีรายงานว่ามีบุคลากรทางการแพทย์ 1 ราย มีอาการแพ้ยา Penicillin (เพนิซิลลิน) และมีอาการแพ้วัคซีนนี้ในเวลา 3 ชั่วโมง ได้รับการดูแลแล้ว โดยในที่ประชุมพูดคุยกันว่าต้องเรียนรู้ เป็นอุทธาหรณ์ว่าหากเกิดขึ้นในรายอื่นๆ จะดำเนินการช่วยเหลืออย่างไร เพื่อสร้างความมั่นใจ จะมีการปรับขั้นตอนลดการรอคอย ลดการรวมกลุ่มกันมากๆ รวมถึงต้องพร้อมที่จะรับผลกระทบจากผลข้างเคียงที่มีความรุนแรงขึ้น ฝากเรื่องนี้ถึงผู้บริหารระดับสูงแต่ละจังหวัดที่ได้รับวัคซีน โดยทางกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้แถลงรายละเอียดในเวลา 15.00 น. วันนี้

โฆษก ศบค. เน้นย้ำว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่ปิดกั้นวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ ที่เอกชนจะนำเข้ามาเพื่อขอขึ้นทะเบียน

ในประเทศไทย จะมีการให้นโยบายกับเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้ชุดข้อมูลนี้ต่อภาคเอกชน เพื่อสร้างความรวดเร็วในกลุ่มที่ไม่ได้มีความเสี่ยง หรือไม่ได้เป็นกลุ่มแรก ๆ แต่มีโอกาสที่จะเข้าถึงการได้รับวัคซีน

ทั้งนี้ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กสนับสนุนเรื่องการขับเคลื่อนการเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รายงานสถานการณ์ภาพรวมว่าสถานการณ์ขณะนี้เราควบคุมได้ และมีวัคซีนเข้ามาต่อเนื่อง จึงอยากให้ภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ผู้จัดกิจกรรม ทำความเข้าใจกับมาตรการต่างๆ ที่จะออกมา อย่างกรณีการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกที่ ศบค.อนุญาตให้มีผู้เข้าชม 50% แต่ผู้จัดขอทดลองให้มีผู้เข้าชม 25% ต้องขอชื่นชมผู้จัดที่เข้าใจและพยายามปรับตัว เราไม่หวังให้เป็นศูนย์ แต่จัดสมดุลเรื่องตัวเลข มาตรการการผ่อนคลายให้เดินหน้าไปได้