โควิด

รู้หรือไม่ โควิด-19 มีวิธีการแพร่กระจายได้กี่วิธีและมีโอกาสมากน้อยเพียงใดที่เราจะติด?

รู้หรือไม่ โควิด-19

โควิด-19 มีวิธีแพร่กระจาย 3 วิธีหลักๆ ด้วยกันตามการวิจัยที่ถูกยอมรับจากองค์การอนามัยโลก(WHO)

โควิด-19 มีวิธีแพร่กระจาย 3 วิธีหลักๆ ด้วยกันตามการวิจัยที่ถูกยอมรับจากองค์การอนามัยโลก(WHO) ได้แก่ การติดจากวัตถุที่เป็นพาหะนำเชื้อ(fomite), การติดจากละอองของสารคัดหลั่ง และการติดจากละอองเบาที่ลอยอยู่ในอากาศ(aerosol) โดยเนื้อหานี้จะอ้างอิงจากศาตราจารย์ พอล ฮันเตอร์ จากมหาวิทยาลัยแองเกลียตะวันออก

วิธีแรก การติดจากวัตถุต่าง เช่น ลุกบิดประตูหรือราวบันได โดยนักวิจัยได้ลองใช้การตรวจแบบ swab (ปกติเป็นการแหย่จมูกแต่ในที่นี้ไม่แน่ใจว่าทำอย่างไร) ซึ่งพบว่าภายในโรงพยาบาลอู่ฮั่นมีเชื้อไวรัสอยู่แทบทุกมุมของโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังพบว่า

เชื้อไวัสสามารถมีชีวิตอยู่บนพลาสติกและสแตนเลสได้ 72 ชั่วโมง แต่ทั้งนี้ยังไม่เคยมีเคสไหนที่พบว่าเกิดการติดด้วยวิธีนี้เลย ซึ่งศาตราจารย์ ฮันเตอร์ ยังบอกด้วยว่าการใช้สารเคมีล้างพื้นที่ต่างๆ ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นแม้แต่น้อย แต่การล้างมือบ่อยๆต่างหากที่มีประโยชน์มากกว่า

[เรื่องน่ารู้] โควิด-19 นั้นเป็นชื่อที่ใช้เรียกโรคที่เกิดขึ้น แต่ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคนี้จริงๆแล้วคือ Sars-Cov-2 ซึ่งเป็นหมวดหมู่ย่อยของไวรัสโคโรน่าก็ว่าได้

วิธีที่สอง การแพร่ระหว่างบุคคลซึ่งเป็นวิธียอดฮิตที่แทบทุกเคสติดกันเลยก็ว่าได้ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากละอองของน้ำลายแพร่กระจายไป เกิดจากการพูดคุยหรือไอจามแม้กระทั่งนอนกรนด้วย ปกติแล้วละอองนี้จะมีสองส่วนคือส่วนที่เบากับหนัก ส่วนเบาเรียก แอโรซอล(ดูต่อด้านล่าง) ซึ่งจะลอยตัวในอากาศได้หลายชั่วโมง ส่วนหนักจะเคลื่อนที่ไปได้แค่ 1-2 เมตรก่อนจะตกลงพื้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่เราต้องเว้นระยะห่างและสวมแมสก์เพราะละอองหนักนั้นแพร่เชื้อได้ดีมาก

วิธีสุดท้าย การติดจากแอโรซอล (แอดลองหาคำแปลไทยแล้ว ได้เป็นละอองลอย รู้สึกขัดใจมากจึงขออนุญาตทับศัพท์แทน) ซึ่งวิธีนี้น่ากังวลมากถึงขั้นที่นักวิทยาศตร์ 239 คน ส่งจดหมายถึง WHO ให้ตรวจสอบแบบจริงๆจังๆ และจากการทดลองในอู่ฮั่นพบว่าอนุภาคของไวรัสสามารถมีชีวิตอยู่ในอากาศได้หลายชั่วโมง และมีบางเคสที่ติดด้วยวิธีนี้ แต่จะเกิดเฉพาะในที่ปิดและอับเท่านั้น ฉะนั้นควรเปิดหน้าต่างบ้างเพื่อป้องกันและอย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้านนะครับ

CR.telegraph.co.uk
CR.telegraph.co.uk